
ธรรมสำหรับการดำเนินชีวิตคู่
ฆราวาส หรือ ผู้ครองเรือน ที่จะเป็นคู่สร้างคู่สม คู่ครองที่ดี เป็นคู่ร่วมชีวิตโดยไม่มีการหย่าร้าง จะต้องไม่เอากามคุณ ความใคร่มาเป็นตัวนำชีวิต แต่จะต้องใช้หลักสมชีวิธรรม มาเป็นหลักในการใช้ชีวิตคู่ให้ยืนยาว และข้อปฏิบัติที่จะทำให้ชีวิตคู่ยั่งยืน ก็คือ
1. สมสัทธา มีศรัทธาเสมอกัน ด้วยกัน เหมือนกัน คือมีเคารพนับถือในลัทธิศาสนาใด สิ่งเคารพบูชาใด แนวความคิดอย่างไร หลักการต่างๆ ตลอดจนแนวความสนใจในเรื่องใด ต้องเป็นอย่างเดียวกัน หนักแน่นเสมอกัน หรือปรับเข้าหากัน ลงกันได้
2. สมสีลา มีศีลสมกัน คือมีความประพฤติ ศีลธรรม จรรยา มารยาท พื้นฐานการอบรม พอเหมาะสอดคล้องไปกันได้
3. สมจาคะ มีจาคะเสมอกัน คือมีความเสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โอบอ้อมอารี ใจกว้าง เสียสละ พร้อมที่จะเกื้อกูลช่วยเหลือญาติมิตร ของกันและกัน ไม่มีความขัดแย้งบีบคั้นกัน
4. สมปัญญา ต่างก็มีเหตุผล มีวิจารณญาณที่ดี พูดกันรู้เรื่อง
จะเห็นได้ว่าหลักธรรมที่กล่าวมาทั้ง 4 หลักธรรม คือ ฆราวาสธรรม อธิษฐานธรรม อารยวัฒิ และ สมชีวิธรรม ล้วนมีเรื่องของความเสียสละ หรือ จาคะ เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น การเสียสละ เป็นสิ่งที่บังเกิดขึ้นในจิตใจ ทำให้บุคคลนั้นมีจิตใจที่โอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่เห็นแก่ตน มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ดังภาพของสังคมไทยสมัยโบราณที่มีความยึดมั่นศรัทธาในพระรัตนตรัย จะไม่มีการซื้อขายสินค้า ข้าวสักหม้อ น้ำสักขัน ขอกันกินได้ วันนี้แกงส้มสักหม้อไปทำบุญที่วัด เลี้ยงพระแล้วก็ตักแจกแลกอาหารกัน ตอนไปวัดมีอาหารอย่างเดียว แต่พอไปถึงวัดได้กินมากกว่าแกงส้ม แต่ในปัจจุบันสังคมชาวพุทธละเลยจากหลักธรรมคำสอนเพราะความไม่รู้ หรือจำไม่ได้ทำให้น้ำใจ หรือความเสียสละ ค่อยเลือนหายไป และ ความเห็นแก่ตัว ความละโมบโลภมาก เห็นแก่ได้เข้ามาแทนที่ สังคมไทยวันนี้จึงต้องการประชากรที่มีคุณลักษณะความเป็นคนเสียสละ เป็นอย่างมาก