อย่าปล่อยความสุขลอยนวล วีณา โดมพณานคร
มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมานานแล้วว่า
เทวดาองค์หนึ่งต้องการซ่อนความลับสำคัญ คือ ความลับที่จะมีความสุข ท่านคิดว่าจะซ่อนความลับนั้นใต้ท้องทะเล แต่ท่านพูดกับตัวเองว่า "ไม่ดี ฉันจะไม่ซ่อนความลับของฉันไว้ที่นั่น มนุษย์นั้นฉลาดยิ่งนัก สักวันเขาต้องหาพบแน่ๆ"
ต่อไปท่านนึกว่าจะซ่อนไว้ในถ้ำ แล้วท่านเปลี่ยนความคิด "คนชอบเที่ยวถ้ำ ไม่เอาล่ะมนุษย์จะค้นพบอีก"
หรือจะซ่อนไว้บนยอดเขาสูงดี แต่ท่านคิดว่า "ผู้คนเดี๋ยวนี้อยากรู้อยากเห็น สักวันหนึ่งต้องมีคนปีนเขาขึ้นมาพบแน่ๆ"
ในที่สุดท่านก็ได้ที่ที่ดีที่สุด "ฉันรู้แล้วที่ที่ไม่มีคนค้นหาคือที่ไหน ฉันจะซ่อนความลับนี้ไว้ในใจมนุษย์"
คงเพราะว่าเป็นความลับนี่เอง จึงทำให้ความสุขที่แท้จริงมีลักษณะไม่แน่นอนตายตัวให้จับต้องได้ง่ายๆ
จะอยู่ใกล้ หรือไกล ง่าย หรือยาก มาก หรือน้อย...ได้ทั้งนั้น
มีเงื่อนไขอยู่นิดเดียวคือ ต้องรู้ว่าความสุขถูกซ่อนอยู่ในใจเราเสียก่อน เพราะถ้ายังไม่ตั้งหลักไว้ที่ใจตัวเองแล้ว คงต้องมัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาเสาะหา หรือรอคอยความสุขจากสิ่งนั้นสิ่งนี้หรือใจคนโน้นคนนี้อยู่ร่ำไป
ความสุขกำหนดได้ด้วยตัวเราเอง อาจจะเป็นคำพูดที่ไม่คุ้นชินในแง่ความรู้สึกเท่าไรนัก สำหรับคนที่สร้างเงื่อนไขของความสุขไว้ที่ของนอกตัว หรือคนอื่น อยู่ในทุกเรื่อง-ทุกเวลา
เพราะสิ่งเหล่านั้นตัวเราไม่สามารถกำหนดได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ถ้าให้เลือกความสุขที่กำหนดได้น่าสนใจกว่า-ว่าไหม
ที่ต้องให้ความสนใจมากไปกว่านั้นก็คือ ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถค้นพบช่องทางสร้างความสุขชนิดนี้ให้เกิดขึ้นได้
ความสุขแบบนี้เกิดขึ้นและดำรงอยู่ภายในใจเรา ใครจะเอามาให้ หรือแย่งไปจากเราไม่ได้ทั้งนั้น เพียงรู้วิธีที่จะเดินทางไปสู่อาณาจักรแห่งปัจจุบันให้ได้ ทำได้แค่นี้ก็ไม่ยากแล้ว
ในอาณาจักรนี้เราสามารถสร้างสุขจากกิจวัตรสามัญเป็นเกราะป้องกันใจเราจากความอึดอัด ทุรนทุราย กระสับกระส่าย อันเนื่องมาจากการรอคอยความสุขจากภายนอก ทั้งคน วัตถุ เกียรติยศ เงินทอง ที่เรายังไม่สามารถไปถึง หรือสิ่งนั้นยังมาไม่ถึงเรา
ถ้าเราสามารถอยู่และทำให้สิ่งที่พึงต้องทำในแต่ละวัน แต่ละอย่างๆ ไปทีละอย่างให้ครบถ้วนในแต่ละวัน
เราก็จะครอบครองความสุขประเภทนี้ไว้เป็นทุน ในการแสวงหาความสุขที่ได้จากของนอกตัวทั้งหลาย
ในขณะที่เราสุขอยู่กับสิ่งที่ทำเป็นปกติไปเรื่อยๆ ความคาดหวัง ความผิดหวัง หรือความรู้สึกอื่นๆ ทางด้านลบจะทำอะไรเราไม่ได้
เมื่อเข้าไปอยู่ในอาณาจักรแห่งปัจจุบันแล้ว อารมณ์พวกนั้นจะถูกกันไว้ให้ทำได้แค่เพียงลอยหน้าลอยตาอยู่ภายนอก เข้ามาภายในใจเราไม่ได้
นี่คือบันไดขั้นแรกสำหรับการจะก้าวไปสู่ความสุขที่ปรารถนา ที่จะได้มาจากภายนอกทั้งหลาย
อยู่กับความต้องการและหน้าที่พื้นฐานให้ได้ดี เราจะมองเห็นความสุขในทุกๆ กิจวัตร กิจกรรมหลักของชีวิต แล้วเราจะรู้สึกว่าแอ่งบรรจุความสุขของเรานั้นยืดหยุ่นได้ มีฟังค์ชั่นหลายแบบ
ณ ขณะที่อยากให้เล็กก็ไม่ยาก อยากให้ใหญ่โตก็ไม่ยากอีกเช่นกัน
ในเรื่องที่ง่ายๆ ที่ต้องประสบพบเจอทุกวัน ที่เราไม่เคยรู้สึกว่าจะสร้างความสุขให้ได้ในระดับตามความต้องการของเรา จะให้ความรู้สึกนั้นได้ถ้าเราปรับเครื่องรับสัญญาณ คือ ใจ-ให้ถูกต้อง
แค่อาหารรสชาติถูกปากมีคุณค่าต่อร่างกาย หรือเนื้อหาจากหนังสือที่อยากอ่าน อยากรู้ ก็เป็นสิ่งที่ให้ความสุขในระดับสูงได้ ถ้าตั้งโปรแกรมความอยากภายในใจไว้แค่นั้น
ใช้พื้นที่ในใจอย่างรู้ขอบเขต ไม่ปล่อยให้โปรแกรมความอยากทำงานโดยไม่มีข้อจำกัด เพราะนั่นเป็นการขุดบ่อภายในใจให้กว้างและลึก จนถมเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักเต็ม
เมื่อถมไม่เต็มสักที พื้นที่ว่างซึ่งรอคอยการสนองตอบอยู่ตลอดเวลานั้นก็จะส่งเสียงเรียกร้องไม่มีวันจบ ส่งผลให้เกิดความรู้สึกที่เป็นลบหรือเป็นทุกข์ในระดับต่างๆ อยู่นั่นแล้ว
เคล็ดลับจึงอยู่ที่การตั้งโปรแกรมใจเครื่องรับความสุขให้ถูกต้อง ถูกเวลา ว่าเวลาไหนจึงควรจะเปิดประตูให้เรื่องใหญ่ๆ เป็นไปได้ยาก เวลาไหนควรเปิดช่องรับสัญญาณเฉพาะเรื่องใกล้ตัวที่ไขว่คว้าได้ง่ายๆ
หากทำเช่นนี้ได้ความสุขจะเป็นสิ่งที่เราสร้างได้ กำกับได้ เลือกเองได้ในเวลาที่ต้องการ ไม่ใช่ความสุขที่ต้องขึ้นอยู่กับฟ้าประทาน
วิธีที่จะนำไปสู่ทางนี้อยู่ที่ต้องนำใจมาผูกไว้กับกายอย่างหนักแน่นและมั่นคงจึงเป็นวิธีพื้นฐานสำหรับการสร้างสติ เพื่อให้ใจอยู่กับปัจจุบัน เพราะกายเท่านั้นที่ไม่แกว่งไกวไหวเอนไปนอกเหนือเวลาที่เป็นจริง
เมื่อใจกับกับกายสามัคคีกันได้เมื่อไหร่ จะทำให้ใจสามารถแยกและจัดวางกาลเวลาตามความเป็นจริงได้สำเร็จ ทำให้อดีตเป็นสิ่งที่ผ่านไปแล้วจริงๆ และให้อนาคตเป็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้าอย่างชัดเจนถูกต้อง
เทวดาองค์หนึ่งต้องการซ่อนความลับสำคัญ คือ ความลับที่จะมีความสุข ท่านคิดว่าจะซ่อนความลับนั้นใต้ท้องทะเล แต่ท่านพูดกับตัวเองว่า "ไม่ดี ฉันจะไม่ซ่อนความลับของฉันไว้ที่นั่น มนุษย์นั้นฉลาดยิ่งนัก สักวันเขาต้องหาพบแน่ๆ"
ต่อไปท่านนึกว่าจะซ่อนไว้ในถ้ำ แล้วท่านเปลี่ยนความคิด "คนชอบเที่ยวถ้ำ ไม่เอาล่ะมนุษย์จะค้นพบอีก"
หรือจะซ่อนไว้บนยอดเขาสูงดี แต่ท่านคิดว่า "ผู้คนเดี๋ยวนี้อยากรู้อยากเห็น สักวันหนึ่งต้องมีคนปีนเขาขึ้นมาพบแน่ๆ"
ในที่สุดท่านก็ได้ที่ที่ดีที่สุด "ฉันรู้แล้วที่ที่ไม่มีคนค้นหาคือที่ไหน ฉันจะซ่อนความลับนี้ไว้ในใจมนุษย์"
คงเพราะว่าเป็นความลับนี่เอง จึงทำให้ความสุขที่แท้จริงมีลักษณะไม่แน่นอนตายตัวให้จับต้องได้ง่ายๆ
จะอยู่ใกล้ หรือไกล ง่าย หรือยาก มาก หรือน้อย...ได้ทั้งนั้น
มีเงื่อนไขอยู่นิดเดียวคือ ต้องรู้ว่าความสุขถูกซ่อนอยู่ในใจเราเสียก่อน เพราะถ้ายังไม่ตั้งหลักไว้ที่ใจตัวเองแล้ว คงต้องมัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาเสาะหา หรือรอคอยความสุขจากสิ่งนั้นสิ่งนี้หรือใจคนโน้นคนนี้อยู่ร่ำไป
ความสุขกำหนดได้ด้วยตัวเราเอง อาจจะเป็นคำพูดที่ไม่คุ้นชินในแง่ความรู้สึกเท่าไรนัก สำหรับคนที่สร้างเงื่อนไขของความสุขไว้ที่ของนอกตัว หรือคนอื่น อยู่ในทุกเรื่อง-ทุกเวลา
เพราะสิ่งเหล่านั้นตัวเราไม่สามารถกำหนดได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ถ้าให้เลือกความสุขที่กำหนดได้น่าสนใจกว่า-ว่าไหม
ที่ต้องให้ความสนใจมากไปกว่านั้นก็คือ ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถค้นพบช่องทางสร้างความสุขชนิดนี้ให้เกิดขึ้นได้
ความสุขแบบนี้เกิดขึ้นและดำรงอยู่ภายในใจเรา ใครจะเอามาให้ หรือแย่งไปจากเราไม่ได้ทั้งนั้น เพียงรู้วิธีที่จะเดินทางไปสู่อาณาจักรแห่งปัจจุบันให้ได้ ทำได้แค่นี้ก็ไม่ยากแล้ว
ในอาณาจักรนี้เราสามารถสร้างสุขจากกิจวัตรสามัญเป็นเกราะป้องกันใจเราจากความอึดอัด ทุรนทุราย กระสับกระส่าย อันเนื่องมาจากการรอคอยความสุขจากภายนอก ทั้งคน วัตถุ เกียรติยศ เงินทอง ที่เรายังไม่สามารถไปถึง หรือสิ่งนั้นยังมาไม่ถึงเรา
ถ้าเราสามารถอยู่และทำให้สิ่งที่พึงต้องทำในแต่ละวัน แต่ละอย่างๆ ไปทีละอย่างให้ครบถ้วนในแต่ละวัน
เราก็จะครอบครองความสุขประเภทนี้ไว้เป็นทุน ในการแสวงหาความสุขที่ได้จากของนอกตัวทั้งหลาย
ในขณะที่เราสุขอยู่กับสิ่งที่ทำเป็นปกติไปเรื่อยๆ ความคาดหวัง ความผิดหวัง หรือความรู้สึกอื่นๆ ทางด้านลบจะทำอะไรเราไม่ได้
เมื่อเข้าไปอยู่ในอาณาจักรแห่งปัจจุบันแล้ว อารมณ์พวกนั้นจะถูกกันไว้ให้ทำได้แค่เพียงลอยหน้าลอยตาอยู่ภายนอก เข้ามาภายในใจเราไม่ได้
นี่คือบันไดขั้นแรกสำหรับการจะก้าวไปสู่ความสุขที่ปรารถนา ที่จะได้มาจากภายนอกทั้งหลาย
อยู่กับความต้องการและหน้าที่พื้นฐานให้ได้ดี เราจะมองเห็นความสุขในทุกๆ กิจวัตร กิจกรรมหลักของชีวิต แล้วเราจะรู้สึกว่าแอ่งบรรจุความสุขของเรานั้นยืดหยุ่นได้ มีฟังค์ชั่นหลายแบบ
ณ ขณะที่อยากให้เล็กก็ไม่ยาก อยากให้ใหญ่โตก็ไม่ยากอีกเช่นกัน
ในเรื่องที่ง่ายๆ ที่ต้องประสบพบเจอทุกวัน ที่เราไม่เคยรู้สึกว่าจะสร้างความสุขให้ได้ในระดับตามความต้องการของเรา จะให้ความรู้สึกนั้นได้ถ้าเราปรับเครื่องรับสัญญาณ คือ ใจ-ให้ถูกต้อง
แค่อาหารรสชาติถูกปากมีคุณค่าต่อร่างกาย หรือเนื้อหาจากหนังสือที่อยากอ่าน อยากรู้ ก็เป็นสิ่งที่ให้ความสุขในระดับสูงได้ ถ้าตั้งโปรแกรมความอยากภายในใจไว้แค่นั้น
ใช้พื้นที่ในใจอย่างรู้ขอบเขต ไม่ปล่อยให้โปรแกรมความอยากทำงานโดยไม่มีข้อจำกัด เพราะนั่นเป็นการขุดบ่อภายในใจให้กว้างและลึก จนถมเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักเต็ม
เมื่อถมไม่เต็มสักที พื้นที่ว่างซึ่งรอคอยการสนองตอบอยู่ตลอดเวลานั้นก็จะส่งเสียงเรียกร้องไม่มีวันจบ ส่งผลให้เกิดความรู้สึกที่เป็นลบหรือเป็นทุกข์ในระดับต่างๆ อยู่นั่นแล้ว
เคล็ดลับจึงอยู่ที่การตั้งโปรแกรมใจเครื่องรับความสุขให้ถูกต้อง ถูกเวลา ว่าเวลาไหนจึงควรจะเปิดประตูให้เรื่องใหญ่ๆ เป็นไปได้ยาก เวลาไหนควรเปิดช่องรับสัญญาณเฉพาะเรื่องใกล้ตัวที่ไขว่คว้าได้ง่ายๆ
หากทำเช่นนี้ได้ความสุขจะเป็นสิ่งที่เราสร้างได้ กำกับได้ เลือกเองได้ในเวลาที่ต้องการ ไม่ใช่ความสุขที่ต้องขึ้นอยู่กับฟ้าประทาน
วิธีที่จะนำไปสู่ทางนี้อยู่ที่ต้องนำใจมาผูกไว้กับกายอย่างหนักแน่นและมั่นคงจึงเป็นวิธีพื้นฐานสำหรับการสร้างสติ เพื่อให้ใจอยู่กับปัจจุบัน เพราะกายเท่านั้นที่ไม่แกว่งไกวไหวเอนไปนอกเหนือเวลาที่เป็นจริง
เมื่อใจกับกับกายสามัคคีกันได้เมื่อไหร่ จะทำให้ใจสามารถแยกและจัดวางกาลเวลาตามความเป็นจริงได้สำเร็จ ทำให้อดีตเป็นสิ่งที่ผ่านไปแล้วจริงๆ และให้อนาคตเป็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้าอย่างชัดเจนถูกต้อง
ที่มา หนังสือพิมพ์ มติชน