วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2551

ขอเพียงรู้จักคิด รู้คุณและตอบแทนคุณ



ขอเพียงรู้จักคิด รู้คุณและตอบแทนคุณ
เสฐียรพงษ์ วรรณปก

ขอเพียงรู้จักคิด
พระพุทธเจ้าตรัสว่า การศึกษาเริ่มต้นที่ รู้จักคิด หรือคิดให้เป็น คิดให้ถูก ท่านเรียกตามศัพท์ศาสนาว่า "โยนิโสมนสิการ" แปลว่า คิดแยกแยะวิเคราะห์เหตุผล สืบสาวสอบสวนต้นปลายจนแจ่มกระจ่างนั่นแหละครับ

พูดให้กระชับก็ว่า คิดเป็น แก้ปัญหาเป็น
ความรู้จักคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น จะช่วยให้คนเราก้าวหน้าในวิชาการที่ตนเรียน ก้าวหน้าในอาชีพที่ตนกระทำอย่างน่าพิศวง ขอยกตัวอย่างเป็นนิทานก็แล้วกัน จะได้เข้าใจง่ายขึ้น

เรื่องที่หนึ่ง เด็กหนุ่มคนหนึ่งอยากรู้ว่าเศรษฐีในตำบลที่ตนอยู่นั้นมี "เคล็ดลับ" ในการสร้างฐานะอย่างไรจึงร่ำรวยขึ้นชั่วเวลาไม่กี่ปี ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ฐานะเขายังยากจนอยู่จึงไปสนทนาด้วย ขณะขึ้นบ้านเศรษฐี เศรษฐีกำลังนั่งดีดลูกคิดท่ามกลางแสงตะเกียงอันริบหรี่อยู่ที่ระเบียงบ้าน พอเห็นเด็กหนุ่มแกก็ละมือจากคิดบัญชี หันมาถามว่า "อ้าว! พ่อหนุ่ม มีเรื่องอะไรหรือ"
"ผมอยากมาเรียนถามท่านว่า ท่านมีเคล็ดลับอะไรจึงสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวจนร่ำรวยอย่างนี้" เด็กหนุ่มยิงคำถามทันที
"เดี๋ยว ขอดับตะเกียงก่อนแล้วค่อยคุยกัน" ว่าแล้วแกก็หันไปเป่าตะเกียงดับพรึบทันที แล้วหันหน้ามาจะคุยกับเด็กหนุ่ม
ทันใดนั้นเด็กหนุ่มบอกเศรษฐีว่า "ไม่ต้องคุยแล้วครับ ผมนึกได้แล้ว" แล้วผลุนผลันลงเรือนไป ปล่อยให้เศรษฐีนั่งงงอยู่คนเดียว
อะไรละครับที่เด็กหนุ่มว่านึกได้ ความประหยัดไงล่ะ ดีดลูกคิดต้องใช้ตะเกียง แต่เวลาคุยกันไม่จำเป็นต้องจุดตะเกียงให้เปลืองพลังงานก็คุยกันได้
เงินแสนเงินล้านก็เริ่มนับจากหนึ่งบาททั้งนั้น เพราะฉะนั้นใครอยากร่ำรวยก็จงเริ่มเก็บหอมรอมริบไปตั้งแต่หนึ่งบาท สองบาท นี่แหละคุณธรรมที่นำไปสู่ความร่ำรวย

เรื่องที่สอง เป็นเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ จันทรคุปต์ขุนโจรคิดปล้นราชบัลลังก์เมืองปาตลีบุตร ยกพลเข้าตีเมืองไม่รู้กี่ครั้ง มีอันต้องพ่ายแพ้ย่อยยับไปทุกที แต่ก็ไม่ละความพยายามบุกเข้าโจมตีอีกครั้ง พ่ายกระเจิดกระเจิงเช่นเดิม ดูเหมือนหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ จันทรคุปต์ถูกตามไล่ล่าต้องหนีสุดชีวิต ไปถึงหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งได้ยินเสียงแม่ค้าขนมเบื้องด่าลูกสาว จึงหยุดเงี่ยหูฟัง
"อีลูกโง่ มึงนี่โง่เหมือนโจรจันทรคุปต์" เสียงแม่เอ็ดตะโรลูกสาววัยเจ็บขวบ "มึงจะกินขนมเบื้อง ไม่ค่อยๆ กัดกินตรงขอบมัน เสือกกัดตรงกลางมันก็ร้อนซีวะ โง่ไม่ผิดไอ้โจรนั่น จะเข้าตีเมืองทั้งทีไม่ตีโอบเข้ามาจากรอบนอก เสือกยกพลเข้ามาตีเมืองหลวง ถุย"
ทันใดนั้นจันทรคุปต์ก็ "สว่างโพลงภายใน" ขึ้นมาทันที "ได้คิด" ว่าจุดพ่ายแพ้ย่อยยับซ้ำซากของตนอยู่ตรงไหน ครั้งล่าสุดก็รวบรวมสมัครพรรคพวกค่อยๆ ตีเมืองเล็กเมืองน้อยได้แล้ว บุกเข้าตีเมืองหลวงได้ สถาปนาตนเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์โมริยะจนสำเร็จ จันทรคุปต์ผู้นี้เป็นเสด็จปู่ของพระเจ้าอโศกมหาราชครับ

การทำงานทุกอย่างผิดพลาดได้ และผิดพลาดบ่อยๆ ก็ได้เป็นของธรรมดา แต่เมื่อใดท่าน "คิดได้" ว่ามันผิดพลาดเพราะอะไร ท่านจะไม่ทำผิดอีกต่อไปแน่นอน เพราะท่านได้พบทางแก้ไขแล้ว

รู้คุณและตอบแทนคุณ

ความจริงชื่อข้างต้นจะเขียนว่า "กตัญญูกตเวที" คนไทยส่วนมากก็เข้าใจดี เพราะคุณธรรมข้อนี้ได้รับการปลูกฝังย้ำเน้นกันมากในสังคมไทย

พระพุทธศาสนาอันเป็นรากฐานของวัฒนธรรมไทย ได้กล่าวไว้ว่า "ความกตัญญูกตเวที เป็นพื้นของคนดี" (ภูมิ เวสปฺปุริสานํ กตญฺญูกตเวทิตา) แสดงให้เห็นชัดว่าคนขาดกตัญญูกตเวทิตาธรรมเป็นคนไม่มีพื้นไม่มีฐาน ถ้าเปรียบกับตึกก็เป็นตึกที่ตอกเสาเข็มไม่แน่นหนา ไม่ช้าก็พังครืน คนขาดกตัญญูกตเวทีก็เช่นเดียวกัน ทำอะไรยากจะก้าวหน้า

นิทานชาดกเรื่องหนึ่งเล่าถึงกระทาชายนายหนึ่ง ได้เรียนมนต์เสกมะม่วงนอกฤดูกาลจากคนจัณฑาลคนหนึ่ง มนต์ที่ว่านี้สามารถเสกเม็ดมะม่วงทันทีที่เพาะลงดิน ให้งอกขึ้นเติบโต เป็นต้นมะม่วงใหญ่ผลิดอกออกผลและสุกได้ชั่วเวลาไม่กี่นาที อาจารย์ซึ่งเป็นคนจัณฑาลบอกศิษย์ว่า เวลาใครถามว่าเรียนมนต์มาจากใคร อย่าได้โกหกเป็นอันขาด ขอให้บอกเขาตามตรง ศิษย์ก็รับคำ
เขาได้ใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาหาเงินเลี้ยงชีพ จนกระทั่งภายหลังได้เป็นมหาดเล็กคนสนิทของพระเจ้าแผ่นดินเมืองหนึ่ง มีหน้าที่เสกมะม่วงให้เสวย วันหนึ่งพระราชาตรัสถามว่า เรียนมนต์วิเศษนี้มาจากใคร เขาอายที่จะกราบทูลความจริง จึงกราบทูลว่า เรียนมาจากอาจารย์ทิศาปาโมกข์
ทันทีที่กราบทูลจบลงมนต์ที่เรียนมาก็เสื่อม เมื่อพระราชารับสั่งให้เสกมะม่วงให้เสวย เขาจำมนต์ไม่ได้เสกผิดเสกถูกจนกระทั่งเหงื่อแตกก็ไม่ได้มะม่วงสุกสักผล เมื่อถูกพระราชาซักถาม จึงกราบทูลความจริงให้ทรงทราบ
พระราชาทรงพิโรธสั่งให้เนรเทศเขาออกจากเมือง รับสั่งว่า คนอกตัญญู ลืมแม้กระทั่งบุญคุณของอาจารย์ที่ปั้นมากับมืออย่างนี้เลี้ยงไม่ได้
เคยอ่านประวัติศาสตร์ไทยไหมละครับ คนที่ทรยศต่อเมืองไทย ไปเป็นขี้ข้าพม่า เอาความลับของแผ่นดินไปบอกข้าศึก พอเขารู้ความลับแล้วเขาก็จับฆ่าทิ้ง ขนาดแผ่นดินแม่ที่ให้กำเนิดอุ้มชูมามันยังไม่รู้คุณเลย แล้วมีหรือจะรู้คุณของแผ่นดินใหม่ที่เพิ่งมาอาศัย
คนอย่างนี้มีสิทธิ์ตายลูกเดียว
ในเรื่องการทำมาค้าขายแล้ว เรายกให้คนจีนว่าเก่ง เขาหอบเสื่อผืนหมอนใบมาทำมาหากินเมืองไทย ไม่ช้าไม่นานก็ตั้งเนื้อตั้งตัวได้กลายเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี คนอย่าง "เสี่ยเหลียง เสี่ยจั๊ว" มีมากมายในชีวิตจริง
นอกเหนือจากความขยันหมั่นเพียรแล้ว สิ่งหนึ่งที่เขามีคือความรู้คุณคนที่ช่วยเหลือเขา และตอบแทนบุญคุณเมื่อมีโอกาส และมีสัจจะซื่อสัตย์ซื่อตรงอีกต่างหาก
ใครให้กู้เงินมาลงทุนทำกิจการ เมื่อถึงกำหนดก็ใช้คืน ถ้ายังไม่มีก็บอกเขาตามตรงและขอผัดผ่อน และเมื่อกิจการก้าวหน้าร่ำรวยแล้ว ก็ไม่ลืมบุญคุณคนที่ช่วยอุ้มชูตนมา
คนเช่นนี้ใครก็อยากคบ ใครก็อยากช่วยเหลือ ผิดกับคนที่เอาเงินเขาไปแล้วหาย หายทั้งต้นทั้งดอกหายทั้งตัว บางรายแกล้งล้มละลาย พอศาลสั่งยึดทรัพย์ไม่ได้มีอะไรใช้หนี้ เพราะโอนให้เป็นชื่อของลูกหลานไปก่อนนั้นแล้ว

คนประเภทนี้นับว่าขาดทั้งกตัญญูกตเวที ขาดทั้งสัจจะ นักสู้เพื่อชีวิตไม่พึงดำเนินรอยตามเป็นอันขาด