วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2551

ค้นหาความลับของความสุข


ค้นหาความลับของความสุข

ภันเต คุณารัตนามหาเถระ เป็นพระชาวศรีลังกา ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยพุทธศาสนามิชชั่นนารี เมืองโคลัมโบ แล้วมีโอกาสไปเผยแพร่ศาสนาในประเทศอินเดีย รวมทั้งประเทศอื่นๆ เช่น มาเลเซีย แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แล้วจึงศึกษาต่ออีกที่มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา ความสนใจในเรื่องวิปัสสนา ทำให้ท่านเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องของสติได้กระจ่าง ให้ความหมายอย่างชัดเจนและครอบคลุมในรายละเอียดอย่างมาก เพราะเมื่ออ่านหนังสือ "สติ ด้วยภาษาง่ายๆ" และ "8 ขั้น วิถีทางสู่ความสุข" ซึ่งแปลโดย พ.ญ.ชวาลา เธียรธนู จบลง จะเห็นได้ถึงพลังของเรื่อง "ภายใน" ที่มีส่วนในการกำหนดความเป็นไปต่างๆ ของชีวิตได้ทุกซอกทุกมุม โดยเฉพาะ "ความสุข" ที่ทุกคนไขว่คว้ากันนักหนา ใน 8 ขั้นวิธีสู่ความสุข ท่านภันเต คุณารัตนาฯ เขียนไว้ว่า ...ครั้งหนึ่งมีเทวดาองค์หนึ่ง ต้องการซ่อนความลับชิ้นสำคัญ คือ ความลับที่จะมี "ความสุข" ท่านคิดว่าจะซ่อนความลับนั้นใต้ท้องทะเล แต่ท่านพูดกับตัวเองว่า "ไม่ดี ฉันจะไม่ซ่อนความลับของฉันไว้ที่นั่น มนุษย์นั้นฉลาดยิ่งนัก สักวันเขาต้องหาพบแน่ๆ" ต่อไป ท่านนึกว่าจะซ่อนไว้ในถ้ำ แล้วท่านเปลี่ยนความคิด "คนชอบเที่ยวถ้ำ ไม่เอาล่ะ มนุษย์จะค้นพบอีก" หรือจะซ่อนไว้บนยอดเขาสูงดี แต่ท่านคิดอีกว่า "ผู้คนเดี๋ยวนี้อยากรู้อยากเห็น สักวันหนึ่งต้องมีคนปีนเขาขึ้นมาพบแน่ๆ" ในที่สุดท่านก็ได้ที่ที่ดีที่สุด "ฉันรู้ที่ที่ไม่มีคนค้นหา ฉันจะซ่อนความลับนี้ไว้ในใจมนุษย์"... นับตั้งแต่นั้นมา มวลมนุษย์จึงต้องพยายามหาวิธีค้นหาความลับที่ถูกซ่อนไว้ตามความศรัทธาและความเชื่อของแต่ละเผ่าพั นธุ์ บรรดาพุทธศาสนิกชนนั้น มีหลักธรรมเป็นวิชา ซึ่งสอนให้ใช้ "สติ" เป็นเครื่องมือในการค้นหาความลับ สำหรับคำอธิบายถึงการมีสติในทางที่ควรจะเป็น นั่นคือ "สัมมาสติ" ซึ่งเป็นหนึ่งใน มรรค 8 หรือ 8 วิถีทางสู่ความสุข ท่านบอกว่า...สติ คือ ความตั้งใจต่อสิ่งรอบตัวที่เป็นอยู่ทุกขณะ เนื่องจากไม่รู้ตัว เรารู้จักตัวเองและโลกรอบตัวโดยผ่านทางแนวความคิดที่จำกัดตามความเคยชิน และถูกปรุงแต่งด้วยความหลงผิด การรับรู้ของเรา และการสร้างมโนภาพที่ตามมาต่อความเป็นจริงจึงไม่ชัดเจนและสับสน สติสอนให้เราหยุดใช้แนวความคิด ภาพพจน์ การให้คุณค่า วิจารณ์ ออกความเห็น และแปลความหมายทุกสิ่งลงชั่วคราว จิตที่มีสติจึงเที่ยงตรง แทงทะลุ สมดุลและไม่ยุ่งเหยิง เปรียบเช่นกระจกเงาสะท้อนภาพโดยไม่บิดเบือนสิ่งที่อยู่ตรงหน้า... สภาวะของการมีสติที่ว่านี้มีความจำเป็นและสำคัญมากต่อการดำเนินชีวิต เพราะจะทำให้ผู้ที่ฝึกฝนมองเห็นสิ่งต่างๆ ในหลายๆ มุม และปรับการมีปฏิกิริยาตอบโต้ต่อสิ่งเร้าได้ ดังที่ท่านบอกว่า ...เมื่อเราเรียนรู้ที่จะสังเกตโดยไม่วิจารณ์สิ่งต่างๆ รอบๆ ตัว เราจะมองเห็น ความรู้สึกและความคิด โดยไม่เข้าไปยึดไว้ ไม่แล่นโลดไปตามปฏิกิริยาเคยคุ้น สติให้เวลาที่เราต้องการ เพื่อที่จะป้องกันและชนะความคิด และการกระทำที่ไม่ดี... หากจะสรุปความก็คือ ถ้าสะสมสติไว้ได้มากพอ ปัญญาจะเกิดตามมาโดยอัตโนมัติ ให้นำไปใช้ได้ในทุกๆ เรื่อง ขอเพียงแต่มีความฝักใฝ่อย่างจริงจัง ...สตินำปัญญามาได้อย่างไร และปัญญาทำให้เราปล่อยสิ่งปิดบังความสุขไปได้อย่างไร เมื่อเราค้นภายในตัวเรา เพื่อให้พบความเข้าใจ ความจริงเกี่ยวกับความสุข... เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่แต่ละคนพึงต้องขวนขวายเพื่อให้พบคำตอบด้วยตนเอง เพราะขุมทรัพย์แหล่งนี้เป็นเรื่องเฉพาะตัวที่ใครอื่นไม่สามารถจะค้นหาแทนได้ ท่านภันเต คุณารัตนาฯ จึงบอกว่า ...คุณเคยชี้ให้แมวดูอะไรไหม คุณยิ่งชี้แมวยิ่งเข้ามาดมนิ้วคุณ แมวจะไม่มองเกินเลยไปกว่านิ้วคุณ ถ้าคุณอ่านหนังสือเล่มนี้จนจบ และพูดว่า "มีแค่นี้เองหรือ? สัจธรรมอยู่ที่ไหน? ฉันไม่เห็นได้อะไรขึ้นมาจากหนังสือนี้" คุณก็เหมือนแมวนั่นแหละ ขอให้ดูเกินไปกว่าคำที่เขียนไว้ในหนังสือนี้ ใช้การปฏิบัติที่พระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้ผลักดันตัวเองให้เห็นอีกวิถีทางของความเข้าใจ เดินตามมรรคด้วยตนเอง ทางเดินนี้จะกระจายครอบคลุมประสบการณ์ทุกด้านของชีวิต ใช้หนังสือนี้ช่วยให้คุณตั้งคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ของคุณเอง พยายามเรียนอะไรบางอย่างจากทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณ พระพุทธเจ้าตรัสเสมอว่า "จงมาดู" ซึ่งหมายความว่า จงมาและมองดูภายในร่างกายและจิตใจของตัวเอง เพื่อจะได้เห็นความจริง คือ ธรรมะ อันเป็นสิ่งที่คุณจะหาไม่พบจากที่อื่น... ท้าทายกันอย่างนี้ หากใครอยากรู้วิธีค้นหาความลับของความสุขจากหนังสือทั้งสองเล่ม คุณหมอชวาลาผู้แปลบอกว่า หากผู้ใดต้องการเป็นจำนวนมากเพื่อแจกจ่าย แล้วบริจาคเงิน จะนำสมทบมูลนิธิเพื่อสถาบันราชานุกูล ซึ่งทำงานช่วยเหลือเด็กพิการทางสมอง ให้ติดต่อได้ที่มูลนิธิ โทร.0-2245-4601 ต่อ 7001 แต่ใครจะขอรับหนังสือไปอ่านเพียงอย่างเดียวก็ได้-ไม่ว่ากัน
--------------------------------------------------------------------------------
มติชน วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9578